แม่พระบรรทม
ประเทศที่พลเมืองส่วนมากนับถือศาสนาคริสต์ มีธรรมเนียมสมโภชแม่พระรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ (Assumption อัสสัมชัญ) ตั้งแต่ในสมัยกลางจนถึงสมัยปฏิรูป (ศตวรรษที่ 16) แต่พระศาสนจักรเชื่อเรื่องนี้ตั้งแต่สมัยแรกเริ่มแล้ว
ในบทเทศน์ของนักบุญยอห์น ดามัสซีน (เกิด ค.ศ.675 มรณภาพ ค.ศ.759) ได้เน้นความเชื่อในเรื่องนี้ "ความตายได้แยกวิญญาณศักดิ์สิทธิ์และน้าชื่นชมของพระแม่จากร่างกายซึ่งปราศจากมลทินบาป และถึงแม้ว่าร่างกายจะฝังอย่างสมควร ก็มิได้อยู่ในสถานะแห่งความตาย และมิได้ถูกทำให้สลายไป
พระเป็นเจ้าไม่ทรงปล่อยร่างกายของพระแม่ที่บริสุทธิ์และปราศจากบาปไว้ในโลก แต่พระองค์ทรงนำไปสู่สวรรค์ ข้าแต่พระมารดาราชินี" (หน้า 287,Weiser)
มีเรื่องเล่ากันมา โดยไม่ทราบว่าจากใคร อ้างบทเทศน์ของนักบุญยอห์น ดามัสซีนว่า จักรพรรดิโรมันตะวันออกชื่อ มาร์เชียน (สวรรค ค.ศ.457) ได้ขอพระธาตุของแม่พระจากพระสังฆราชแห่งกรุงเยรูซาเล็มในระหว่างสังคายนาที่เมืองคัลเชโดน (ค.ศ.451) เพื่อจะนำไปยังเมืองคอนสแตนติโนเปิล พระสังฆราชกล่าวตอบว่า "พระนางมารีย์ได้สิ้นใจต่อหน้าบรรดาอัครสาวก ต่อมาเมื่อนักบุญโทมัสได้ขอให้เปิดหลุมฝังพระศพ ปรากฏว่าว่างเปล่า ดังนั้นบรรดาอัครสาวกได้สรุปว่าแม่พระได้รับเกียรติยกขึ้นสวรรค์"
พระศาสนจักรคาทอลิกสอนว่า ความตายเป็นผลสืบเนื่องของบาปแรกนั้น และเชื่อว่าพระนาง มารีย์ทรงปฏิสนธินิรมล ปราศจากบาปกำเนิด (original sin) นักเทววิทยาบางคนสงสัยว่าแม่พระได้สิ้นชีวิตหรือได้รับการยกสู่สวรรค์โดยมิได้สิ้นใจในหนังสือ คำสอนพระศาสนจักรคาทอลิก (ฉบับ 1992) มิได้ตอบปัญหานี้ แต่กล่าวว่า
"พระนางมารีอาพรหมจารี เมื่อได้จบครรลองชีวิตของพระนางบนแผ่นดินแล้ว ก็ได้รับยกทั้งกายและวิญญาณขึ้นสู่โรจนาการแห่งสรวงสวรรค์ ซึ่ง ณ ที่นั้นพระนางได้มีส่วนในโครงการแห่งการกลับคืนชีพขององค์พระบุตรอยู่แล้ว ระหว่างรอคอยการกลับคืนชีพของสมาชิกทั้งหมด" (ข้อ 974)
-ในข้อ 966 กล่าวว่าพิธีกรรมไบแซนไทน์ เรียกวันฉลองแม่พระบรรทม -เราคาทอลิกสมโภช วันที่ 15 สิงหาคม (เรียบเรียงจาก Peter Klein, Catholic Source Book, 1999, หน้า 352)
(อุดมสารรายสัปดาห์ ฉบับที่ 33, 10 - 16 สิงหาคม 2003
|